2008/Apr/11





 
MOCUMENTA  02 
conceptual+ mock up designed
by NP 2008

 
NP 's statement 
คุณคิดว่าบางทีเราต้องเซนเซอร์คำพูดท่านนายกฯ
ต่อนักข่าวต่างประเทศหรือไม่
เราควรเซนเซอร์คำพูดของท่านต่อเด็กๆ เยาวชนของชาติ
นี้หรือเปล่า? 

edit @ 11 Apr 2008 01:55:05 by N.P

2008/Apr/10


 

 

 

 

 

 

edit @ 10 Apr 2008 20:27:39 by N.P

edit @ 11 Apr 2008 02:14:15 by N.P

2008/Apr/03

 

 

Burmese Man Dancing

2008/sound/BW/VDO/11 minutes

 

หนังสั้นที่ถ่ายด้วยมือถือของผม burmese man dancing ฉายครั้งแรกที่งานเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพ BEFF 5  ผ่านไปด้วยความโล่งอกตอนแรกหวั่นๆ ว่าจะโดนด่าเป็นอย่างยิ่ง  เพราะคตอนที่ฉายไม่ได้มีคำอธิบายหรือ statment ใดๆ
(ถือว่าเป็นการฉายรอบทดสอบก็ได้) คนดูคงจะงงๆ แต่ถ้าไม่ทดลองก็คงไม่สร้างสิ่งใหม่ๆ จริงไหมครับ 

ได้อ่านคำวิจารณ์จากคุณ filmsick แล้วก็ได้ไอเดียมา edit เรื่องนี้ใหม่ เผื่อว่าจะได้ฉายอีกที่อื่นๆ

 

หนังเรื่องนี้และเรื่องต่อๆไปของผม ผมไม่อยากบอกว่าผมคิดหรืออยากบอกอะไร
แต่ผมอยากรู้ว่าคนดู คิดหรือรู้สึกอะไรกับประเด็นในหนัง นี่เป็นสไตล์และตัวตนของผมมั้งครับ

 

 

ความเห็นนักวิจารณ์

คุณ celinejulie ให้ A    http://celinejulie.blogspot.com/

คุณ filmsick ให้ A / A-)   http://filmsick.exteen.com/20080401/my-beff-5-part-2

 

นี่คือคำวิจารณ์ของคุณ filmsick 

หนังพาเราไปจับจ้องมองการทำงานของคนพม่าบนเรือ และเรือตังเกที่จอดเรียงรายที่ท่าน้ำในฐานะทํศนียภาพของคนพม่า ในขณะที่หนังขึ้นซับไตเติ้ล เป็นภาษาที่อ่านไม่ออกไม่ต่างจากความรู้สึกแห่งการสื่อสารไม่ได้ของแรงงานต่างด้าวนประเทศไทย

หนังสองจอเรื่องนี้เต็มไปด้วยการจ้องมอง มีโครงสร้าง แข็งแรง ชัดเจน น่าเสียดายที่ในช่วงกลางเรื่องจู่ๆมีบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้พลังแห่งการจ้องมองนั้นลดลงไป (สารภาพว่าคือเสียงของผมเองซึ่งทำให้รู้สึกละอายเล้กน้อยที่เสียงของตัวเองทำให้หนังมันลดพลังลง) ปัญหาอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่หนังต้องแบ่งตัวเองเป็นสองจอ ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นสองจอ (ภาพที่ได้แทบจะเป็นภาพเดียวกัน โดยไม่มีความแตกต่าง) (เข้าใจว่าการต้องทำสองจอเกิดจากปัญหาทางเทคนิค ) ทำให้การจ้องมองจากสองฟากฝั่งไม่ได้แตกต่างจากการมองจอเดียวแต่อย่างใด

สิ่งที่แข็งแรงที่สุดคือการที่หนังไม่พยายามตัดสินจากการจ้องมอง (การตัดสินจะมาจากโควตตัวหนังสือในตอนท้าย ซึ่งเป็นมุมมองจากคนไทยมองกลับไปยังแรงงานต่างด้าวเป็นภาพสะท้อนย้อนแย้งที่เจ็บปวดเอาการ)

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหนังแข็งแรงดี(แม้จะยาวไปนิด)และนับเป็นก้าวย่างที่น่าจะบตามองของคนทำ (เพื่อนผมเองครับฮ่าฮ่า)

 

รายละเอียด 

Burmese Man Dancing

Synopsis

 แรงงานต่างชาติในเรือประมงจังหวัดภูเก็ต   คู่ขนานไปกับเสียงและตัวอักษรที่ไม่อาจสื่อสาร


director’s statement

            เป็นเวลากว่า 4 ปี ระหว่างที่นั่งเรือโดยสารจากท่าเรือในจังหวัดภูเก็ตไปยังเกาะยาว จังหวัดพังงา ผมเห็นภาพของลูกเรือชาวประมง ซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงานชาวพม่า  (ส่วนใหญ่มาจากเมืองทวาย เข้าเมืองมาทางจังหวัดระนอง )

           เมื่อเรือจอดเทียบท่า  พวกเขาใช้เรือประมงเป็นห้องครัว ห้องนอน และหลายครั้งเป็นห้องอาบน้ำและห้องสุขาอันเปิดเผย   บางครั้งกิจกรรมและร่างกายอันเปลือยเปล่าของพวกเขาก็สร้างบทสนทนาให้กับผู้โดยสารในเรือทั้งชายหญิง

ราวกับว่าร่างกายอันเปลือยเปล่าของพวกเขาได้เปิดเผยถึง ความรู้ ความเชื่อ ทัศนคติ และอคติของ-คนอื่น-ที่จ้องมองพวกเขาออกมาอย่างเปลือยเปล่ายิ่งกว่า

           ระหว่างการตัดต่อผมร้องขอให้เพื่อนหลายๆ คน เขียนประโยค ที่เขานึกถึงเป็นสิ่งแรก  เมื่อคิดถึงคำว่า คนพม่า

ผมนำข้อความเหล่านั้น  มารวมกับคำกริยาของมนุษย์ เช่น กิน  ขับถ่าย  มีเพศสัมพันธ์   คิดถึง   ฝัน   อิ่ม และสุดท้ายผมทดลองพิมพ์ประโยคและคำเหล่านั้นด้วยฟอนต์ที่ชื่อ Symbol   (ฟอนต์ symbol จะแทนตัวอักษรแต่ละตัวประกอบไปด้วยอักขระพิเศษ) จนประโยคและคำเหล่านั้นกลับกลายเป็นข้อความที่ไม่สามารถสื่อสารได้    

          ผมนำภาพของแรงงานชาวพม่าที่ท่าเรือซึ่งถ่ายโดยกล้องในโทรศัพท์มือถือ มารวมกับอักขระเหล่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมหาความหมายใหม่ให้แก่ภาพและเสียงของหนัง 

edit @ 3 Apr 2008 14:51:12 by N.P

edit @ 4 Apr 2008 13:26:01 by N.P

edit @ 4 Apr 2008 13:26:57 by N.P