บ่ายนี้ไปต่ออายุใบขับขี่มาครับ
ไปตามนัดหมายบ่ายโมงตรง หยิบหนังสือไปเล่มเดียว (a day) เพื่อ ฆ่าเวลาระหว่างรอ
ปรากฏว่าประมาทการทำงานของสำนักงานขนส่งต่ำเกินไป เพราะว่าอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย คอลัมน์ไม่ชอบอ่านก็อ่านจนหมด แม้แต่โฆษณาต่างๆก็ยังไม่เสร็จสิ้นเสียที
นึกแล้วก็เสียดาย ที่ไม่ได้หยิบ โดเรียน เกรย์ นิยายหนาขนาดหมอนของออสก้า ไวล์ (สนพ.ฟรีฟอร์ม) มา ด้วย
(สังหรณ์ใจแล้วว่าต้องช้าแน่ๆ) ถ้าหยิบมาคงจะอ่านจบแน่แเท้
13.00 -18.00 น ครับ การไปต่ออายุใบขับขี่ใบหนึ่ง ชื่อทางการ -ใบอนุญาตขับขี่แบบสมาร์ท การ์ด- ที่ดูแล้วไม่เห็นจะสมาร์ทตรงไหน คงไม่สามารถเก็บหรือลิงค์กับฐานข้อมูลอะไรได้เลย ข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราและการจราจรของประเทศนี้ เวลาเกิดอุบัติเหตุ เช่น อาชีพ หมู่เลือด โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาต่างๆ
ต้องถ่ายรูปใหม่ด้วย เหมือนไปทำบัตรประชาชน
(ตอนถ่ายรูป บอกพี่พนักงานว่าอยากทำผมให้ยุ่งๆ เข้าไว้ ปรากฏว่าเค้ายอม 55)

ไอ้บัตรนี้ มันสามารถเก็บเงินเราไปได้ 675 บาท สมาร์ท การ์ด (เน้นเสียง) !!! โง่จริงๆเลยเรา
ดีที่มีสมุดบันทึก กับปากกาติดตัวไปด้วย
จึงฆ่าเวลาอันแสนยาวนานนั้นด้วยการเขียนอะไรไปเรือยเปี่อย
ถ้าอยากอ่านก็ข้างล่างนี้ครับ
มันเริ่มต้นด้วยการค้นพบดอกไม้ชนิดหนึ่ง
แล้วก็พบว่ามันเป็นอาหารของสัตว์ประเภทหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นสัตว์ที่นักชีววิทยาค้นพบใหม่เช่นกัน
ดอกไม้นั้นแปลกประหลาดต่อความรู้สึกของนักวิทยาศาสตร์อยู่มาก มันไม่มีสิ ไม่มีกลิ่น
กลีบดอกของมันเหมือนวุ้นใสๆที่มีแถบขุ่นๆคาดอยู่ประปราย ส่วนประกอบของมันคือเจลาตินเป็นส่วนใหญ่
สัตว์ชนิดที่พบใหม่นั้นมีสี่ขา มันมีขนาดเล็กมากๆ
สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย10x
มันมีขนสีดำอยู่รอบลำตัวและมันเป็นสัตว์ตาบอด
เชื่อว่ามันสามารถมองเห็นได้ด้วยการใช้ขนของมันสัมผัส
สัตว์ชนิดที่พบใหม่นี้พบอยู่ตามเกสรของดอกไม้ที่พบใหม่นั่นเอง
ภายในอวัยวะภายในของสัตว์ชนิดนั้น เราค้นพบสิ่งมีชิวิตซึ่งเชื่อว่าเป็นไวรัสชนิดใหม่อาศัยอยู่
รูปร่างของไวรัสนั้นดูคล้ายปู ส่วนที่ดูคล้ายขาคือโปรตีนที่ยื่นออกมา
ลำตัวของไวรัสนั้นมีสีดำ ไวรัสบางตัวก็มีความแตกต่างออกไป คล้ายนัยน์ตาของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
ต่อมาเราพบว่าสัตว์ชนิดนั้นมีสองเพศ ตัวเมียนั้นมีสีสันไม่สวยงามเหมือนตัวผู้
และไม่มีขนปกคลุม เราพบเซลล์ที่ทำหน้าที่รับกลิ่นแทนขนอย่างตัวผู้
จากการสังเกตุของนักชีววิทยาเพศชาย สัตว์ตัวเมียนั้นไม่ทำอะไรเลย
นอกจากเคลื่อนไหวตัวมันอยางช้าๆ รอให้ตัวผู้นำอาหารมาป้อนให้เท่านั้น
การเฝ้าสังเกตุสัตว์ชนิดนี้ผ่านไปถึงสามสิบปี พวกมันค่อยๆ ตายไปทีละตัวเริ่มจากตัวผู้ตัวหนึ่ง
แล้วก็ตัวเมียอีกตัวหนึ่ง พวกมันค่อยๆตายไปเป็นคู่ๆ ทุกวันนี้สัตว์ชนิดนี้ได้สูญพันธ์ไปหมดแล้ว
แต่ไม่นานมานี้ นักชีววิทยารุ่นใหม่ได้ทบทวนสิ่งบันทึกทางชีววิทยาและพฤติกรรมในช่วงเวลาสามสิบปีของพวกมัน
พวกเขาจึงให้ข้อสรุปใหม่ว่า ตัวที่ไร้ขนแท้จริงเป็นตัวผู้ และตัวที่มีขนนั้นแท้จริงเป็นตัวเมียฯลฯ
บันทึกถึงสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
เขียนที่สำนักงานขนส่งภูเก็ต
6 พฤษภาคม2552














