ShortStoties

2009/Jan/24

 

ตอนที่สอง 23 JAN BKK-AMS /Rotterdam day 1

    ผมอยู่บนเครื่องบิน   เป็นเพียงเครื่องบินอีกลำหนึ่ง   ของการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง   ผมนั่งมองจอภาพหน้าที่นั่ง    เลือกช่องไปมาอย่างไม่ตั้งใจ    ในที่สุดผมหยุดอยู่ที่สารคดีของจางอี้หลิน นักเขียนหญิงคนหนึ่ง    ช่วงชีวิตของเธอคาบเกี่ยวอยู่ในยุคสุดท้ายที่รางวงศ์ชิงยังปกครองประเทศจีน   การปฏิวัติ     การรุกรานของญี่ปุ่น   และการล่มสลายของคอมมิวนิสต์

เธอมักแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบบจีนประเพณี  ห้องของเธอเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ นั่นถือเป็นทัศนะของเธอต่อประวัติศาสตร์    ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งกล่าวในสารคดี

ผมมาถึงอัมสเตอร์ดัมเวลาเก้านาฬิกา   ขณะที่เมืองไทยเป็นเวลาตีสามของวันใหม่   การบินทวนเส้นแบ่งเวลาโลกคล้ายกับว่าได้พาเรามายังอดีต    แต่สารคดีของจางอี้หลินได้ทำให้ผมสามารถย้อนเวลากลับไปนานกว่านั้นถึงหลายสิบปี  ผมอาจต้องการไปที่ไหนก็ได้ที่ซึ่งไม่มีตัวตนของผมปรากฏอยู่
.....
ภายนอกมีอุณหภูมิ 5 องศา ซ้ำฝนยังโปรยเม็ดลงอย่างต่อเนื่อมองจากหน้าต่างโรงแรม ผมมองผ่านกระจกหน้าต่างอันพร่างพราวไปด้วยเพชรเม็ดฝน  มองออกไปไปยังฝากฝั่งตรงข้าม  เลยหลังคาของอาคารที่เตี้ยกว่านั้นไป   ผมมองเห็นด้านหลังของอาคารที่อยู่อาศัยเก่าแก่    เป็นตึกแถวขนาดสี่ชั้น   ที่ชั่นล่างสุดเป็นสวนหลังบ้านที่ใช้ร่วมกัน  โต๊ะเก้าอี้กลางแจ้งได้ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว   
....
ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมได้ชมกลับเป็นภาพยนตร์ในโปรแกรมสุดท้ายของวัน  ผมออกจากโรงภาพยนตร์เป็นคนสุดท้ายเมื่อชื่อของโคริเอดะ ปรากฏขึ้นในเอนด์ เครดิต  โรงที่ผมดูนั้นอยู่บนชั้นบนสุด แต่ห้องน้ำเดียวที่ผมหาเจอในเวลานั้นคือห้องน้ำในคลับชั้นล่างสุด ผมเดินฝ่าฝูงชนและเสียงดนตรีเข้าไปและกลับออกมาด้วยการค้นพบว่าเสียงเพลงอันเร้าใจในคลับแห่งนั้นไม่สามารถกลบทับเสียงดนตรีที่ปรากฏขึ้นในช่วงท้ายของภาพยนตร์ซึ่งยังคงดังอยู่ในหูของผมอย่างต่อเนื่องได้เลย

ใกล้ตีหนึ่ง ผมเดินออกมาจากซอยนั้น  ผ่านคลับหลายคลับ ผู้คนหนุ่มสาวยืนจับกลุ่มอยู่ด้านหน้า  กลิ่นกัญชาอบอวลโชยออกมาและนั่นทำให้สายตาของแวมไพร์ยาฉุนทุกคนดูเป็นมิตร

ขณะที่ผมเดินไปเลียบถนนไปตามลำคลอง  ข้ามถนนและรางของเทรมด้วยความระมัดระวัง  จากตรงนั้นผมคิดถึงว่าได้นั่งอยู่ตรงนี้ ณ นาทีนี้ และเร่ิมเขียนถึงตอนจบซึ่งยังปรากฏอยู่ในอนาคต  ผมบันทึกถึงอนาคตไว้ว่า

ผมโปรดปรานการดูหนังรอบสุดท้ายของวัน   ทุกๆคืน ผมเดินฝ่าลมหนาวเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อกลับถึงห้องพัก  ลมที่ผัดผ่านซอกตึกขนาดใหญ่โตของรอตเตอร์ดัมนั้นพัดแรงอย่างยิ่ง  แรงจนอาจทำให้เราปลิวลับไปได้ในชั่วขณะหนึ่ง  แต่เมื่อผมเป็นมนุษย์น้ำแข็งไปเสียแล้วในจิตวิญญาน  ความหนาวเย็นเชิงกายภาพนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไปแล้วสำหรับผม
 ...................

 

 

 

 

ของแถมHaunted House งานนิทรรศการในแกลเลอรี 

 

 

 

 

 

รุปจากการไปชมบ้านหลอกหลอน งานศิลปะติดตั้งจัดวางเกี่ยวกับเรื่องผีสางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชอบผีซึ่งปรากฏกายขึ้นในกระจกของคุณวิศิษฐ์มากกว่าใคร รองลงมาถืองานของพิลิปปินส์ที่แสดงห้องมืดเปล่าๆ

กับภาพถ่ายคนตายในเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษา แล้วก็งานของผู้กำกับโอเปร่า ชวา ชาวอินโด เป็นงานภาพถ่าย ภาพวาด และวีดีโอ

เกี่ยกับความเชื่อต่างๆ เรื่องผีและวิญญาน

 


 

2006/Nov/01

นานๆปาริสุทธิ์จะเปิดทีวีดูสักครัง เขาไม่ชอบทีวี ถ้าพูดให้ถุกเขาคือคน
อ่อนแอผู้เสพติดทีวีได้ง่าย เขาจึงไม่ชอบเปิดมัน
เมื่อตอนเที่ยง ปาริสุทธิ์เปิดทีวีดูข่าว

ภาพข่าว
ชาวบ้านให้สัมภาษณ์ในรายการช่วยชาวบ้าน หลังจากลุงชาวบ้าน
ไปร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องมีผู้รับเหมาขุดดินไปขาย
ลึกกว่ายี่สิบเมตร ทำให้พิ้นที่การเกษตรของชาวบ้านข้างเคียงเกิดทรุดตัว
เสียหาย

พวกคุณอิจฉาเค้าหรือเปล่าที่รวยกว่า ลุงตอบคำถามนักข่าวถึงคำตอบของผู้ว่าราชการ
จังหวัดนนทบุรี

พวกคุณอิจฉาเค้าหรือเปล่าที่รวยกว่าหากนี่คือคำตอบของผู้ว่าจริงๆ
ปาริสุทธิ์ตกใจ ไม่คิดว่าคนเป็นผู้ว่าจะกล้าพูดกับประชาชนเช่นนั้น

(ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ท่านเหี้ยมากครับ-นก ปักษนาวิน)

ตอนเย็น ปาริสุทธิ์เปิดทีวีดูอีกครั้ง
ปาริสุทธิ์พบว่า คุณลุงคนขับแท๊กซี่ตายเสียแล้ว คุณลงแขวนคอตาย
ลูกสาวของคุณลุงพูด ภูมิใจในตัวพ่อ พ่อทำเพราะต่อต้านคปค ภรรยาของคุณลุงพูด
คุณลุงรู้สึกเสียศักดิ์ศรีเพราะทหารบางคนพูดว่า ที่คุณลุงขับรถชนรถถังรัฐประหาร
ลุงเป็นแค่คนแก่ๆคนนึง ไม่มีอะไร

"ผมจะบอกว่า ผมเข้าใจคุณลุงครับ
เข้าใจมากๆ
เข้าใจคนแบบคุณลุงมากๆครับ
และผมเสียใจ..."

หากคุณคิดว่าคุณลุงเป็นเพียงคนแก่โง่ๆ
ผมขอแสดงความเห็นว่า

คุณก็เ....พอๆกับผู้ว่าคนนั้นครับ