ถ้ารักธรรมชาติ ปล่อยมันไว้อย่างนั้น
1 .ผู้อ่านไม่ควรเห็นด้วยกับเอนทรีนี้ เพราะเขียนด้วยอคติล้วนๆ2. ...
"ผมจะสอนให้คนไทยรู้ว่า อุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่ที่จัดงานปาร์ตี้" ฟังดูดีนะครับ น่าชื่นชม
แต่ในใจก็ตงิดๆ แล้วนะ นึกถึงปาร์ตี้พี้ยาที่พงัน
แล้วคุณก็คงคิดว่าว่าคนไทยมันโง่ ไม่มีการศึกษา ไม่อนุรักษ์ธรรมชาติ
คุณขนลูกทัวร์ของคุณลงเรือลำใหญ่โต
เข้าไปที่อุทยาน พายเรือคายักไปเก็บขยะทะเล ซึ่งคุณชี้ว่าส่วนมากคือโฟมและพลาสติกที่ใช้เป็นทุ่นของชาวประมง
-แล้วการท่องเที่ยวของคุณ ที่ได้ไปแย่งชิงทรัพยากรจากชาวประมง เพื่อการท่องเที่ยวของคุณ จนพวกเขาไม่มีพื้นที่ทำกินกันอยู่แล้วหละ มันคืออะไร
ชาวบ้านที่ไหนจะรู้สึกหวงแหนธรรมชาติหละ ถ้าเขาถูกทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ใช่เจ้าของตั้งแต่ต้น
ทะเลนอก ชาวประมงไทยหรือจะสู้เรือมหาอวนจอเรดาร์โซ่น่าซาวน์ของพวกฝรั่งอย่างคุณได้
ทะเลใน หน้าหาดก็เป็นของโรงแรม โรงแรม และโรงแรม (เห็นฝรั่งนอนพลุ้ยกันทั้งนั้น)
พายเรือใบ เก็บขยะไป ใจคงเปื่ยมสุข แต่คุณไม่น่าพลาด หลุดปากออกไปจนได้
"ถ้าไม่มีโฟมและพลาสติก โลกจะอยู่ได้อีกนาน"เอ่อ ตรงนี้ในทีวี ภาพค่อยสโลว์เลย เพลงขึ้น ซึงมาก
แล้วเรือคายักของคุณลำนั้นทำด้วยอะไรไม่ทราบ สีเหลือง สีเขียวหนะ
ถ้าอยากสอนคนไทย หัดพูดภาษาไทยสิ เห็นมาอยู่ที่นี่ ทำ-อีโคทัวร์-มายี่สิบปีแล้ว
พูดภาษาไทยซักคำนึงก็ไม่ได้
เรียนรู้เราสิ ว่าเราเป็นอย่างไร แล้วเราจะเชื่อง
แต่เออเนอะ คงไม่จำเป็น ลูกค้าของคุณก็ฝรั่งทั้งนั้นนี่นา
2. .. งั้นข้อนี้ผมสรุปเอาเองด้วยอคติล้วนๆ นะครับ
ถ้ารักธรรมชาติ โปรดปล่อยมันไว้อย่างนั้น
ป่าชายเลนไม่ใช่ที่ของมนุษย์ผู้รักธรรมชาติและเรือคายัก
..เอ่อ ดอลลาร์ด้วย
