2009/May/04

ดาดา

 

ดาดา ตอนที่ 1 โดย โดย อนุกูล เหมาลา

ดาดา ตอนที่ 2 โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา 

ดาดาตอนที่ 3 โดย  วุฒิชัย กฤษณะปกรณ์กิจ


ดาดาตอนที่ 4  

 

ไม่มีชาวดาดาคนใดกล่าวถึงความทรงจำของตน*    โดย นฆ ปักษนาวิน
 
ดาดาจ้องมองซากรถตู้ด้วยความรู้สึกสมเพศ,นอกจากห้วงเวลา-อย่าได้ดูหมิ่นต่อการดำเนินไปของความไม่มีเหตุผล,ดาดารู้สึกสมเพสต่อการให้เหตุผลของมนุษย์-อย่างน้อยก็ของชายในรถตู้ผู้ซึ่งเสียชีวิตและสถิตอยู่ในแผ่นกระจก เขาผู้ซึ่งไม่รู้จักความตายเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาต้องกำเนิดมา ดาดาสมเพศต่อความเปล่าเปลืองของเหตุผลซึ่งแท้จริงก็ทำได้เพียงการคาดคะเนอันไร้ความหมาย และเลยความมดเท็จออกไปอีกก็คือการพยายามให้เหตุผลของผู้ซึ่งขีดวงชีวิตของชายหนุ่มคนนั้นให้แคบเข้า ลากเส้นผ่านบางจุด เร่งรัดความตายและให้คำอธิบายกับทุกสิ่งหลังจากนั้น,เวลาหนึ่งวันสองวันหรือหกเจ็ดเดือนที่แท้นั้นเป็นเพียงสิ่งเลื่อนเปื้อนของจิตวิญญาณ,ขณะที่วันเวลาอันแท้จริงได้ขึ้นอยู่กับดาดา--

ดาดามองแผ่นกระจก และหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น การให้เหตุผลเป็นสิ่งไร้ค่า,ชายผู้นั้นครอบครองความมั่นคงหนักแน่นทางปัญญา ,แน่แท้-เขาย่อมมีวิญญาณอันยากไร้,มาเซลเองก็ได้ตายไปตั้งนานแล้ว,ดาดาสำนึกเมื่อกลับมามองเห็นเงาของตัวเองอีกครั้งในกระจก ดาดาคิดถึงสถานที่อันเป็นจุดมุ่งหมายของมาเซลที่ได้บอกเอาไว้ก่อนตาย,หรืออย่างน้อยดาดาก็รู้สึกแบบนั้น,ขณะทั้งคู่เดินทางมาด้วยกัน ดาดาคิดว่าจะลองไปที่นั่นดูสักครั้ง แม้ในตอนนี้ดาดายังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นที่แห่งใดก็ตามที

จากดงแดนของเหล่าวิญญาณซึ่งกักกันตนเองในป่าไม้เลื้อย ดาดามุ่งหน้าลงใต้...

* ถ้อยคำของ มาร์เซล จันโค ( Marcel Janco ) ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มดาดา


Burmese Town
หนังสืออีกเล่มหนึ่งถูกลืมไว้บนรถโดยสาร อาศัยการเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ และบางหน้าขาดหายไปแล้ว-และอาจกลายเป็นสิ่งอื่นซึ่งไม่แน่ชัด,กระดาษชำระหรือมวนบุหรี่ หรือเป็นที่จดเบอร์โทรศัพท์ของชายหนุ่มซึ่งขอมาได้จากหญิงสาวแปลกหน้าที่พบเจอโดยบังเอิญ- เกือบสองร้อยกิโลเมตรต่อมา,ไม่นาน,หนังสือเล่มนั้นก็เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ เมืองซึ่งขมุกมัวอยู่ในหมอกฝน ฝนซึ่งตกอยู่ได้ทุกฤดูกาล โดยความแจ้งชัด มันได้พาแอ่งน้ำขังอันน่ารำคาญ และกลิ่นอวลไอแปลกๆ ปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาซึ่งได้โอบล้อมเมืองนั้นไว้ชั่วกาลนาน เมืองซึ่งผู้คนชาวพม่าหลั่งไหลข้ามเส้นขีดคั่นของสองชายแดนเข้ามาโดยความสะดวกดาย เมืองซึ่งแลดูเหมือนว่าเศรษฐกิจการค้านั้นดำรงอยู่ได้เพราะกลุ่มคนเหล่านั้น,ดาดาเดินผ่านห้องพักที่มีไว้สำหรับคนพม่า ได้ยินเสียงร้องเพลงจากร้านคาราโอเกะค่ำคืนซึ่งได้ดัดแปลงมาจากเพลงไทย  สัมผัสความรื่นเริงบันเทิงใจของผู้คนซึ่งผัดทานาคาจับจ่ายซื้อของอยู่ในตลาด,ใบกล้วย ใบกล้วยซึ่งบางใบนั้นขาดเป็นริ้วด้วยแรงลมหรือฝน กับดินแดงฉ่ำชุ่มน้ำซึ่งต้นกล้วยแทงหน่อออกมา,โดยปราศจากการเห็น แต่ดาดาคิดถึงทัศนียภาพเช่นนั้นตลอดเวลาเมื่อคิดถึงเมืองในหุบเขาแห่งนี้

ดาดาได้เดินทางลงใต้ผ่านเมืองในหุบแห่งนั้นจริงหรือ หรือเป็นเพียงห้วงคำนึงชั่วขณะแห่งการพินิจแผ่นกระจก ใครเลยจะรู้ได้ นอกจากของคุณเท่านั้น,เมืองในหุบเขาซึ่งรุ่งสางมาเยือนด้วยเสียงนกดุเหว่า,อันในป่าไม้เลื้อยแห่งนั้นก็เช่นกัน,นานแค่ไหนกันนะแห่งการเดินทางไกลหรือไม่เลย,ที่ดาดาไม่ได้พูดกับใครหรือผู้ใดด้วยถ้อยคำภาษาของมนุษย์ ความทุกข์ท้นปริแตกออกมาจากความจริงข้อนี้ ด้วยการคิดด้วยภาษามนุษย์ ดาดาจึงพบกับขอบเขตสุดท้ายซึ่งบรรดาการเป็นเหตุเป็นผลทั้งหลายพากันมายอมจำนน

เมืองในหุบแท้จริงอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าตรู่  และแท้แล้วตอนกลางวันก็ไม่ได้ร้อนเหมือนเมืองทางใต้อื่นใด หนังสือเล่มนั้น- ซึ่งเดินทางผิดที่ผิดทางมาจากร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งบวมพองจากไอฝนหรือน้ำค้างนั้นมีอยู่จริง,หรือไม่จริงก็มิขึ้นอยู่กับสิ่งใดนอกจากการให้เหตุผลของคุณ,ภูเขาล้อมเมืองไว้ครึ่งหนึ่งและทะเลล้อมเราไว้ครึ่งหนึ่ง ถ้อยคำซึ่งครั้งหนึ่งคงเป็นคำพูดของใครก็ได้มาปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ ราวกับล่วงรู้ว่าถ้อยคำนั้นได้กำเนิดขึ้นมาในเมืองนี้เอง--
 
 
--------------------------
งานเขียนในโปรเจคเขียนต่อๆกัน โดยนักเขียน4คน 
เอามาลงให้อ่านที่นี่ด้วย
เผื่อไม่ได้แวะไปแถวนั้นครับ
 http://lonesome-cities.exteen.com
 

 
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ดาดา หมาปั๊กเดินทาง

ขอกลับไปอ่านบทเก่าๆก่อนนะครับ
#1  by  Seam - C At 2009-05-04 13:28, 
ตามไปอ่านอยู่ค่ะ

ชอบปั๊กเหมือนกัน ปั๊กเป็นหมาที่มีเสน่ห์ แต่แบบดาดา ไม่เอา แอบกลัว
#2  by  จอมบงการ At 2009-05-04 13:50, 
ดาดาไม่ได้พูดกับใครหรือผู้ใดด้วยถ้อยคำ
ภาษาของมนุษย์ บางที ดาดาอาจมองแผ่นกระจกบานนั้น แล้วกำลังคุยกับตัวตน
ภายในของดาดาอยู่

ตอน 3 ยังไม่ได้อ่านค่ะ
จากที่อ่านจาก 3 งานเขียน
ให้อารมณ์ 3 อารมณ์เลยค่ะ
ยิ่งอ่านของคุณนฆ ปักษนาวิน
ชักเริ่มลังเลในมโนสำนึกว่า
ตกลงเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียง
มายาที่เราผู้อ่านสร้างขึ้นเท่านั้น

ปล.ไม่เกี่ยวกับเรื่องสั้นที่เขียนแต่อยากจะบอกว่า เจ้าหมาพันธุ์ปั๊กเนี่ยมันชอบ แหงนหน้าจ้องมองผู้คน เวลามันมองเหมือนมันคิดอะไรอยู่ในหัว ตรงข้ามออฟฟิศเค้าเลี้ยงไว้ค่ะ confused smile
#3  by  C-C At 2009-05-04 18:48, 
แวะมาตอบค่ะ
อ่านดาดาตอนที่ 1 โดยคุณอนุกูล
อ่านดาดาตอนที่ 2 โดยคุณวิวัฒน์
แล้วก็อ่านดาดาตอน 4ใน entryนี้ค่ะ
ดาดาตอน 3 ไม่มี link ไป
ที่ว่า 3 งานเขียนหมายถึง จาก3 คน
ค่ะที่ 3 อารมณ์open-mounthed smile
#4  by  C-C At 2009-05-04 20:47, 
อ่า ผมก็อัพ เรื่องใหม่แล้วเช่นกัน
#5  by  lonesome-cities At 2009-05-04 23:11, 

<< Home