2008/Oct/25

ใกล้รุ่งสาง ข้างนอกฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยามคำ่

ลมเย็นๆ หลายระลอกลอบเข้ามาในอาคาร  

 

 

ความเย็นของอากาศทำให้มนุษย์ผู้โดดเดี่ยวรู้สึกอ้างว้างเพียงเล็กน้อย 

ก่อนที่บางอย่างจะผุดเข้ามาในห้วงคำนึง  และมันพาให้ร่างกายรู้สึกอุ่นวาบขึ้นอย่างน่าประหลาด

 

เวลาอยู่ในที่อากาศหนาวเย็น    ไม่ว่าเป็นที่ใด  ผมกลับหวนระลึกถึงวันเวลาที่เรากางกระโจม  นั่ง

ผิงไฟอยู่บนภูเขา  ไม่ภูหินร่องกล้าก็เป็นน้ำหนาว    ทุ่งแสลงหลวงหรือภูสอยดาว กระทั่งภูชีฟ้า

เราไปยังที่เดิมๆ   เหล่านั้นบ่อยมาก  ไปกับกลุ่มเพื่อนเดิมๆ   สถานที่เหล่านั้นดูคล้ายเป็นที่เยียวยาจิตใจ ของเรา

ออกจากเมืองพิษณุโลกไปไม่เท่าไร เราก็เดินทางไปถึงที่นั้นๆ ได้ไม่ยาก  

และหลายๆครั้ง เวลาที่เราไปเซอรเวย์หาที่ออกค่าย เราก็แกล้งไปเฉียดๆ  หาที่เที่ยวกันต่อ  

บางครั้งนึกครึ้มๆ หลังจากนอนเล่นนั่งเล่นกันที่ชมรม  เราก็ชักชวนแบกเป้หิ้วถุงนอนกันออกมา  

เมื่อมองจากวันนี้   ผมดีใจที่   เรา    ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น  

 

เรา-ซึ่งหมายถึงนิสิตต่างคณะ   ต่างที่มา    แต่มารู้จักรู้ใจกันที่ชมรมค่ายอาสา    ผ่านห้วงเวลาทุกข์ สุข  ทะเลาะเบาะแว้ง  

ตลอดหลายปีที่เราไปออกค่าย  ผมจำไม่ได้แล้วว่าเราไปสร้างอะไรไว้ที่ไหนบ้าง    

 แต่บอกได้อย่างแท้จริงว่า  ที่เหล่านั้นนั่นเองที่ สร้าง-เพื่อน-ให้กับเรา

มีคนเคยบอกไว้ คำว่า เพื่อน เป็นสิ่งไม่จำเป็นต้องมีมาก    แต่เมื่อมีแล้วจะมีตราบจนชั่วชีวิตทีเดียว  

 

ลมเย็นๆ พัดผ่านพ้นไป ผมหวนคิดถึงเพื่อนๆ  ที่ห่างไกล...

 

สืบ  -   เมื่อออกค่ายซัมเมอร์แรก  สืบได้ฉายา สิงห์คะนองนา ด้วยความที่ได้ขับรถไถเป็นครั้งแรก    รถไถนาไม่ใช่สิ่งที่ขับกันได้ง่ายๆ

เหมือนรถบังคับ   เขาจึงต้องไปนอนคลุกฝุ่นตามกฎแรงโน้มถ่วงของโลก (สืบเรียนเอกฟิสิกส์ คณะวิดยา) 

สืบเป็นคนโผงผางขวานผ่าซาก  เป็นนักทำมากกว่านักคิด สืบจึงทนการประชุมถกเถียงกันนานๆ ของพวกเราในชมรมไม่ค่อยได้

(ตอนนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรกันสักอย่าง ต้องประชุมแล้วประชุมอีก)  เป็นพวกมุทำไปก่อนค่อยมาแก้ข้อผิดพลาด  แต่กระนั้นเขาก็รับผิดชอบงานของตัวเองเป็นอย่างดีในแบบของเขา      เมื่อเรียนจบแล้วสืบยกรถมอเตอรไซค์สีแดงของมันให้ผมใช้ (ผมต้องเรียนนานกว่าคณะอื่น 2 ปี ) รถของมันมีชื่อด้วยนะ  ชื่อ undertaker  ตั้งชื่อตามนักมวยปล้ำ    ความที่เป็นคนตรงไปตรงมาของสืบนี่เอง ต่อมามันได้ช่วยให้ผมผ่านพ้นเวลาอันยากลำบากบางเรื่องมาได้

(กูยังสงสัยอยู่ถึงวันนี้     ตอนนั้นมึงเข้าใจที่กูพูดป่าววะ)

 

สืบมีแฟนตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งและคบกันจนถึงปีสี่ แล้วก็แต่งงานกัน   มีลูกด้วยกันหนึ่งคน    

ด้วยอุบัติเหตุ        ตอนนี้สืบเป็นพ่อม่ายลูกหนึ่ง( ชื่อว่าน้องผ้าห่ม)  ตอนนี้สืบเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนเอกชน    (ที่รวมของเด็กเหลือขอประเภทต่างๆ) เป็นครูจอมโหด (เด็กๆเรียกสืบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า)

เป็นครูพี่เลี้ยงเอาเด็กเกกมะเรกไปแข่งประกวดจรวดน้ำ     เป็นคนที่ต้องไปนอนเฝ้าลูกศิษย์ที่บาดเจ็บเพราะตีกัน  ทุกวันนี้ สืบยังคงโทรมาเล่า

เรื่องลูกศิษย์ของเขาเสมอๆ   

 

เม่น-  เม่นเป็นคนจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่าง  ทั้งเรื่องเรียน (เม่นเรียนคณะเดียวกับสืบ )   เรื่องกิจกรรม(ในชมรม)   เรื่องเล่น(ฟุตบอล)  แม้กระทั่งเรื่องจีบสาว

เม่นก็ดูเหมือนจะมีเรื่องเครียดได้ตลอดเวลา      อาจจะเป็นด้วยเพราะเขาเป็นลูกคนโต ในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นครูที่เข้มงวด  (เอ๊ะ - ผมก็เป็นเหมือนเม่นนี่นา)เม่นเป็นคนพูดเพราะ   เวลาพูดกับสาวๆหรือเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ  ที่ไม่ได้คบหากันมาตั้งแต่ชั้นประถมอย่างสืบกับพี่โหน่ง  เม่นจะแทนตัวเองว่า เค้า  ทุกคำ     แม่ของเม่น เป็นนักอ่านตัวยง    พ่อกับแม่ของเม่นนับได้ว่าเป็นครูผู้มีอุดมการณ์  ไปเป็นครูบนดอยที่อำเภอฝางเสียตั้งหลายปี   จนเมื่อมีเม่นนี่แหละจึงได้ย้ายกลับพิษณุโลก  ผมชอบไปบ้านเม่น   บางครั้งนึกสนุกก็ขี่อมอไซต์ไปเล่นกัับหมาที่บ้านเม่น   หมาชื่อสีน้ำ สีฝุ่น   ชื่อซิมบ้า    ตอนหลังเมื่อเม่นไปเรียนต่อที่ มช  แล้ว ผมก็ยังคง ชอบไปพูดคุยกับพ่อแม่เขา    สนุกดี      สนิทกับบ้านนี้ จนต่อมาพ่อแม่ของผมก็รู้จักกับพ่อแม่ของเม่น     (นี่ถ้าเม่นหรือผมเป็นผู้หญิง เราคงได้แต่งงานกันไปแล้ว)

 

หลังจากแต่งงานไปกับสาวสวย   เม่นไปเรียนต่อที่อเมริกา    แล้วก็กำลังจะกลับมาเป็นดอกเตอร์ด้านฟิสิกส์

 

 

ป๋อง   -  เพื่อนไม่ไม่เคยมองเป็นผู้หญิงมาก่อน จนผมรู้ว่าป๋องไปชอบผู้ชายคนหนึ่ง   ป๋องเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องการก่อสร้างมากที่สุด  การถอดแบบ คำนวณ

เหล็ก อิฐ ปูนอะไรพวกนี้   เป็นผู้หญิงที่เฟอร์เฟคมากหากคนเราไม่ตัดสินผู้หญิงในเรื่องความสวยงามหละนะ 

ป๋องเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว  เป็นที่พึ่งให้กับน้องๆ  ในชมรมได้  (ในเรื่องแบบผู้หญิงๆอะไรแบบนั้น)  ตอนอยู่ในค่าย  เราเหมือนเป็นไม้่เบื่อไม้เมากัน

มันชอบแกล้งเพื่อนผู้ชาย  โดยเฉพาะผม   ตอนหลังเราจึงรู้ว่านั่นเป็นวิธีแสดงความห่วงใยในแบบของมัน

 

ตอนนี้ป๋องทำงานกองกิจการนิสิต   ในมหาลัย     ที่ทำงานอยู่ใกล้ๆกับชมรมอาสา

และดูคล้ายว่ากำลังมีความรัก

 

 

ซัน    เป็นเพื่อนสนิทของสืบ ผมเจอซันครั้งแรกที่ค่ายซัมเมอร์ อาจจะเป็นตอนปีสอง

บ้านของซันอยู่เชียงราย   หลังจากจบค่าย  วันชวนผมไปเที่ยวบ้าน  ที่อำเภอแม่สรวย

ช่วงนั้นมีงานสลากภัตร       มันหลอกผมว่า ไปบ้านไหนถ้าเขาให้กินเหล้าก็ต่้องกิน 

สรุปว่าคืนนั้นผมกินเหล้าไปหลายแก้ว  ขณะที่ตระเวณไปตามบ้านเพื่อนคนนั้นคนนี้ของซัน

 เป็นการเมาครั้งแรกในชีวิต    รู้สึกตัวอีกทีโดนหามส่งบ้าน แล้วโลกมันก็หมุนๆไม่ยอมหยุด   กระนั้นซันก็ออกไปตระเวณต่อ  คอแข็งมาก

คอแข็งแต่ใจอ่อน  โดยเฉพาะกับรุ่นน้องสาวๆ     เป็นคนมีน้ำใจ ไปไหนก็จะซื้อของมาฝากเพื่อนๆ และสาวๆ จนครบทุกคน    ซันเป็นเจ้าแห่งของฝาก  ค่าที่มันไปแม่สายบ่อยๆ  

ตอนนี้ซันเป็นอาจารย์สอนที่ม.นเรศวร  วิทยาเขตพะเยา   และหวังว่ายังจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนักศึกษา(สาวๆ) อย่างเลยเถิด

 

โก้   โก้เรียนเอกฟิสิกส์เหมือนกัน และมันชักชวนให้ผมเข้าร่วมขบวนการนั่งสมาธิของมัน

(ตอนนั้นเป็นแฟชั่นระบาดในเด็กวิดยา)   นอกจากอาณาปนัสสติ  ยังมีอีกหลายแนวทาง 

ที่มันชวนผมไป เช่ มโนมยิทธิ  (นั่งแล้วเห็นสวรรค์ นรก)   สวดพานยักษ์    นั่งแบบธรรมกาย 

แต่พอไปศึกษาได้สักพัก โก้ก็กลับมาแนวทางกำหนดลมหายใจแบบเดิม     แบบนั่งสมาธิก่อนนอน ฟังเทปธรรมะของท่านพุทธทาส  โก้ไม่ชวนเพื่อนไปเที่ยวไหน   แต่จะชวนไปปฏิบัติธรรมที่วัด

 

ตอนนี้โก้ทำงานบริษัทด้านการเงินอยู่ที่โคราชบ้านเกิด   แต่งงานแล้ว   เดาว่าอีกหน่อยอาจจะหนีไปบวชได้

 

 

แท้    -ชื่อแท้  นามสกุล นามแก้ว   พื้นเพจังหวัดพะเยา  ใส่แว่นตากรอบหนาดูคงแก่เรียน  แท้เป็นคนตรงไปตรงมา ยึดถือความถูกต้องเสมอ  และกล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นอาจไม่กล้าพูด โดยไม่กลัวใครเลย    แต่บางครั้งความตรงไปตรงมาแบบซื่อๆ ก็ทำให้เราขำขำได้เหมือนกัน  แท้เป้นคนเดียวที่รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน  ตามแนวคิดของเขา   แต่พอบทจะมีแฟนก็กลับมีแฟนสวยหวานเป็นรุ่นน้องคณะพยาบาลจนเพืือนๆ อิจฉา เำพราะไม่คิดว่า แท้จะมีแฟนได้

 

ตอนนี้แท้เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนมัธยมที่พะเยา 

 

 

เขียนมาถึงตอนนี้ก็กลับไปค้นข้อมูลดูในเนท ไม่รู้ว่าชมรมจะเป็นยังไงมั่ง ปรากฏว่าชมรมมีไฮไฟว์ด้วยแฮะ

ในนั้นระบุกำหนดวันคืนสู่เหย้าชาวอาสา     ตั้งใจว่าจะไปร่วม หลังจากที่ไม่เคยไปหลายปีผ่าน 

ปีนี้จัดวันที่ 22  พย (ทุกปีมันจัดธันวานี่นา ) ตอนนั้นผมจะไม่อยู่เมืองไทยซะด้วย  ปีนี้ก็คงไม่ได้อีกไปอีกแล้ว

 

---คิดถึงพวกมึงว่ะ-- 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
^^
เพื่อน...ก็ดีอย่างนี้แหละ

วันเพื่อนแห่งชาติ...ถ้ามีจริงๆก็คงดีสิเนอะ


#1  by  เด็กหญิงความทรงจำ At 2008-10-25 14:10, 
big smile big smile วันเพื่อนแห่งชาติ...อยากให้มีจังค่ะ มีหลายคนที่หายไปกับกาลเวลา
#2  by  (^_^)/nana At 2008-10-25 15:10, 
ยิ่งในยุคนี้สมัยนี้
เพื่อนและมิตรภาพยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตเราครับ
big smile
Hot!
#3  by  prap and chai At 2008-10-25 21:23, 
ชื่อน่ารักจัง...

"วันเพื่อนแห่งชาติ"


อ่านแล้ว ยิ้มได้อีก...big smile
#4  by  รักคือ? At 2008-10-25 23:35, 
อ่านเรื่องวันเพื่อนแห่งชาติ
เหมือนแอบมาอ่านเลย ฮ่าๆๆๆ

จินตนาการถึงใบหน้าและคาแรคเตอร์ไปด้วย
ขำดีนะ

ฮ่าๆๆๆ ที่นี่มีเพื่อนbig smile big smile big smile big smile
#5  by  lolay At 2008-10-26 02:02, 
อ่าน
แล้ว
ชอบแฮะ
ชอบภาษาที่พี่ใช้ชะมัด

บังเอิญมีโอกาสได้เจอพี่หมอนิลเมื่องานหนังสือแต่ดูเหมือนจะไม่ได้คุยกันสักคำ ...ดีใจที่ได้เจอคะ
sad smile
#6  by  Oonarak^^' At 2008-10-26 22:17, 
เอาหนังตัวอย่างขึ้นแร้วแวะไปดูนะ

http://thaiindie.com/default.asp
#7  by  ธัญสก At 2008-10-27 04:14, 
big smile big smile big smile
#8  by  ฟ้าบ่กั้น At 2008-10-27 15:47, 
Hot! big smile

เราชอบ entry นี้อ่ะ !
#9  by  วาซาบิ At 2008-10-27 16:39, 
คิดถึงเพื่อน เลย

confused smile
#10  by  เขียนข้างซ้าย At 2008-10-28 01:46, 
ขอบคุณที่อนุญาตให้วางโปสการ์ดที่ไม่สวยนะพี่


พวกเรากลับมาด้วยหัวใจพองโต


ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่ใจดี


ทำให้หุ้นส่วนคนหนึ่งที่ไม่ได้ไปกับเรา อิจฉาเล่น


55+


ถ้ามีโอกาสเดือนธันวาคงได้ไปดูอาการโปสการ์ด



ขอบคุณมากๆ เลยพี่ big smile
#11  by  เบน At 2008-10-28 18:40, 
แอบเก็บสูตรไข่เจียวไว้ตรงนี้

> ไข่เจียวกรอบ
>
> ส่วนผสม
> - ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
> (วางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้หายเย็น)
> -
> แป้งโกกิผสมน้ำเล็กน้อย
> - ผงฟู 1/2 ช้อนชา
> -
> น้ำปลาและน้ำตาลเล็กน้อยสำหรับปรุงรส
> - น้ำมันสำหรับทอด
> (น้ำมันหมูอร่อยที่สุด
> แต่น้ำมันพืชก็ใช้ได้)
>
> วิธีทำ
> 1. ตอกไข่ใส่ชาม
> ตามด้วยแป้งโกกิที่ผสมน้ำไว้แล้ว
> ผงฟู
> และน้ำปลากับน้ำตาลสำหรับปรุงรส
> (ใครอยากใส่'ส่วนผสมเพิ่ม'ก็ตามสบาย)
> จากนั้นตีไข่กับส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนขึ้นฟอง
> 2.
> ในกะทะที่ตั้งน้ำมันรอไว้จนร้อนแล้ว
> (ใช้น้ำมันเยอะๆ )
> ให้นำไข่ที่เจียวเตรียมไว้เทจากที่สูงๆ
> ลงไปทอด ให้เหลือง ฟู
> และกรอบทั้งสองด้าน
> แล้วนำเสริฟร้อนๆ
> ทานคู่กับซอสพริกเข้ากันดี
> (
> ส่วนผสมเพิ่มก้ออาจจะเป็น
> หมูสับ ไก่สับ กุ้ง ปู
> แฮม แหนม หอย มาม่า
> ปลาป๋อง พริกสด หอมแดง
> ข้าวโพด ทูน่า ฯลฯ
> แล้วแต่รสนิยมเลยค่ะ)
>
> ไข่เจียวฟู
>
> 1. ตีไข่ปรุงรสตามชอบ
> ใส่น้ำตาลนิดหน่อยเพราะน้ำตาลจะทำให้กรอบ
> 2.ใช้กระป๋องนมข้นเจาะให้เป็นรูๆ
> หรือใช้ทัพพีที่มีลีกษณะเป็นรูๆก็ได้
> ใส่ไข่ในกระป๋องแล้วก็ให้ไข่ไหลออกมาเรื่อยๆ
> ใส่ลงกระทะน้ำมันเดือดไฟแรง
> เมือสุกแล้วช้อนขึ้นมาพักไว้
> พร้อมเสริฟ
>
> ไข่เจียวใบตอง
>
> เป็นการเจียวไข่โบราณ
> 'โดยไม่ใช้น้ำมัน'
> ให้ใช้ใบตองเขียวๆ
> แบบ อ่อนๆ
> เพิ่งออกมาใหม่ๆ
> ล้างหลายๆครั้งและตากให้แห้ง
> วิธีทำ
> 1. ตีไข่ปรุงตามชอบใจ
> 2.
> นำกระทะตั้งไฟจนร้อน
> ไม่ต้องใส่น้ำมัน
> 3.
> แล้วนำใบตองมารองก้นกะทะ
> แล้วเทไข่ลงไป
> ทอดบนใบตอง
>
> ไข่ป่าม
>
> อาหารล้านนา
> ที่หารับประทานได้ยาก
> ไข่ป่าม
> มีลักษณะคล้ายไข่เจียว
> ป่าม หรือ
> การทำให้อาหารสุกโดยนำอาหารใส่ในใบตองแล้วนำไปปิ้งหรือ
> ย่างบนไฟอ่อน ๆ
> นอกจากไข่จะสุกแล้ว
> ยังมีกลิ่นหอมจากใบตองอีกด้วย
>
> 1. ตีไข่
> ปรุงรสด้วยเกลือป่น
> 2. พับใบตองเป็นกระทง
> ใส่ไข่ที่ตีแล้วลงไป
> โรยด้วยต้นหอม ใบหอม 3
> 3. นำไปย่างไฟอ่อน ๆ
> จนไข่สุกเหลือง
> น่ารับประทาน
>
> แล้วก้อมาถึงเมนูไข่เจียวนานาชาติ
> อร๊อยย อร่อย
>
> ไข่เจียวต้มยำ
> >ประเดิมกันด้วยของไทยๆก่อนเลย
>
> ส่วนผสม
> - ไข่ไก่ 2 ฟอง
> - น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
> - ตะไคร้ซอยแว่นบาง 1
> ต้น
> -
> พริกขี้หนูซอยหรือสับหยาบๆ
> 3-5 เม็ด
> - น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
> -
> น้ำพริกเผา(ไม่เอาน้ำมัน)
> 1 ช้อนชา
> - ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ใบ
> - กุ้งสดสับหยาบ 2
> ช้อนโต๊ะ(ไม่ใส่ก็ได้)
>
> วิธีทำ
> 1.
> ตอกไข่ใส่ชามปรุงรสด้วยน้ำปลา
> มะนาวและเครื่องปรุงทั้งหมด
> ตีให้ขึ้นฟู
> 2.
> ทอดไข่ในกระทะน้ำมันร้อนจนสุกเหลือง
> 3.
> ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
> จัดใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ
>
> ไข่เจียวฝรั่งใส่เห็ดและชีส
> อาหารเช้าฝาหรั่ง
> เครื่องปรุง
> - เห็ดนางฟ้า
> หรือเห็ดอะไรก็ได้ตามที่ชอบ
> 1 ขีด
> - เนย Clarify 1/2 ถ้วยตวง
> - หอมแดงสับ 1 ช้อนชา
> - เนยแข็งขูด Cheddar ชีส 30
> กรัม
> - ไข่ไก่ 3 ฟอง
> - นม 3-4 ช้อนโต๊ะ
> - เกลือ / พริกไทย
> พอประมาณ
>
> วิธีทำ
> 1
> นำกระทะตั้งไฟแล้วใส่เนย
> Clarify 2 ช้อนโต๊ะ
> 2
> เมื่อกระทะร้อนนำเห็ดลงไปผัดกับหอมสับ
> ปรุงรสด้วยเกลือ
> พริกไทย
> แล้วตักออกพักไว้
> 3 นำกระทะ ตั้งไฟ
> แล้วนำเนย Clarify
> ใส่ลงไปให้ร้อนประมาณ
> 4-5
> ช้อนโต๊ะเมื่อร้อนแล้วจึงนำไข่ไก่ที่ตีให้เข้ากันกับนม
> หรือครีมลงไปในกระทะ
> คนให้ข้น
> แล้วกระจายไข่ให้ทั่วกระทะ
> 4
> ลดไฟอย่าให้ไข่ไหม้หรือเหลือง
> ตักเห็ดยัดแล้วโรยด้วย
> Cheddar ชีสขูด
> แล้วจึงค่อย ๆ เคาะ
> กระทะเพื่อม้วนไข่ให้เป็นห่อกลม
> ๆ เรียว ๆ ยาว ๆ
> เสิร์ฟร้อน ๆ
>
> ไข่เจียวเสฉวน
> เจียวไข่กันแบบจีนๆ
>
> เครื่องปรุง
> - ไข่ไก่ 6 ฟอง
> - หมูสับ 50 กรัม
> - ต้นหอมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
> - น้ำซุปไก่ 1 ถ้วย
> - แป้งมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
> - เกลือ 1/2 ช้อนชา
> - หน่อไม้กระป๋องสับ 60
> กรัม
> - เห็ดหูหนูสับ 20 กรัม
> - ผักกาดดองสับ 20 กรัม
> - เกลือ 1 ช้อนชา
> - แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
> - น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
> - น้ำมันสำหรับทอด 1/2
> ถ้วย
>
> วิธีทำ
> 1 นำไข่ไก่ 6
> ฟองมาตีกับแป้งมัน
> และเกลือ
> 2
> นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันให้ร้อนไม่ต้องมากนัก
> ( ปานกลาง)
> เทไข่ลงไปแล้วลดไฟให้อ่อน
> ทอดไข่ข้างหนึ่ง 3 นาที
> เมื่อไข่ฟูเสมอกันกลับไข่
> ทอดต่ออีกข้างให้เหลือง
> เมื่อเหลือและ
> กรอบนิดหน่อยตักออกแล้ว
> นำไปหั่นเป็นชิ้นพอคำ
> ใส่จานพักไว้
> 3
> นำกระทะอีกใบตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย
> เมื่อร้อนนำหมูสับลงไปผัดให้สุก
> แล้วจึงใส่น้ำซุปลงไป
> ต้มให้เดือด
> ใส่หน่อไม้
> เห็ดหูหนู
> และผักกาดดองสับ
> ปรุงรสด้วยเกลือ
> และพริกไทย
> เมื่อรสชาติเป็นที่พอใจแล้วทำให้ซอสข้นด้วยแป้งมันผสมน้ำ
> นำซอสนี้ไปราดบนไข่เจียว
> โรยหน้าด้วยหอมสับ
> เสิร์ฟร้อน ๆ
>
> ไข่ทอดน้ำหน้ากระเพราไก่
> Ø
> เมนูนี้ลูกครึ่งไทยอเมริกัน
>
> เครื่องปรุง :-
> ไข่ไก่ 2 ฟอง
> ขนมปังปิ้ง 4 ชิ้น
> น้ำต้มสุก 1/2 ลิตร
> น้ำส้มสายชู 1/4
> ถ้วยตวง
> พริกขี้หนู รากผักชี
> กระเทียม พริกไทย โขลก
> 1 ช้อนโต๊ะพูน
> เนื้อไก่ติดหนังบด 150
> กรัม
> น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
> น้ำปลา พอประมาณ
> น้ำตาลปี๊บ พอประมาณ
> ใบกระเพราสด 1/2
> ถ้วยตวง
> ใบกระเพราทอดกรอบ 1/2
> ถ้วยตวง
>
> วิธีทำกระเพราไก่ :-
> 1. นำพริกขี้หนู
> รากผักชี กระเทียม
> พริกไทย ที่โขลกหยาบ ๆ
> ไว้แล้วลงไปผัดไฟอ่อน
> ๆ เร่งไฟขึ้นนำเนื้อ
> ไก่ลงไป
> ผัดต่อให้สุกใส่ใบกระเพราสดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
> 2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา
> น้ำตาลปี๊บ
> พักไว้สำหรับราดหน้าไข่ทอดน้ำ
>
> วิธีทำไข่ทอดน้ำ :-
> 1.
> ต้มน้ำผสมน้ำส้มสายชูให้เดือด
> 2. ตอกไข่สดลงไปในถ้วย
> แล้วค่อย ๆ
> เทลงไปในน้ำที่เดือดอยู่
> ไข่ขาวจะรวมตัวเป็นลูกเอง
> 3. ลดไฟ
> และต้มต่อไปจนกระทั่งไข่ขาวเริ่มแข็งตัว
> 4.
> นำทัพพีที่มีรูตักไข่ขึ้นมา
> ซับน้ำให้แห้งด้วยกระดาษซับมันแล้วนำไข่ไปวางบนขนมปังที่ปิ้งและตัดขอบไว้แล้ว
> 5.
> ราดหน้าไข่ด้วยไก่ผัดใบกระเพรา
> 6.
> แต่งหน้าไข่ด้วยใบกระเพราทอดกรอบ
> เสริฟร้อน ๆ
> รับประทานเป็นอาหารเช้า
>
> ไข่เจียวญี่ปุ่น
> Ø> ทามาโกะยากิ
> ทำเองด้ายง่ายนิดเดียว
>
> ไข่เจียวสไตล์ญี่ปุ่น
> หรือไข่ม้วน (Egg roll)
> ไข่เจียวจะออกหวาน
> ดังนั้นจะทำให้ไข่ไหม้ง่ายมากๆ
> ควรระมัดระวังเรื่องความร้อนด้วยนะคะ
> ส่วนผสม
> -ไข่ 3 ฟอง
> -น้ำตาล 1 ช้อนชา
> -น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ
> -ซอสถั่วเหลือง 2
> ช้อนชา
> -น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
>
> วิธีทำ
> 1. ตอกไข่ใส่ชาม
> 2. เติมน้ำตาล น้ำซุป
> ซอสถั่วเหลืองและตีให้เข้ากัน
> 3.
> เทน้ำมันใส่กระทะและรอให้ร้อน
> 4.
> ปรับความร้อนลงมาและเทไข่ลงไป
> 1/3
> ของในชามลงไปในกระทะ
> 5. แผ่ไข่ให้ทั่วกระทะ
> 6. เมื่อไข่เกือบสุก
> ให้ม้วนไข่ไปทางด้านบนจนถึงขอบด้านบนของกระทะ
> (ชั้นที่ 1ในสุด)
> 7.
> เทส่ว?ผสมที่เหลือลงไปอีกครึ่งหนึ่ง
> และแผ่ให้ทั่วกระทะ
> 8.
> ขณะที่แผ่ไข่ให้ทั่วกระทะ
> ให้ตักไข่ม้วน(ชั้นที่
> 1)มาไว้ด้านบนไข่ที่แผ่ไว้
> 9.
> เมื่อไข่ชั้นล่างเกือบสุก
> ให้ม้วนไข่ไปไว้ด้านบนของกระทะ
> (ชั้นที่ 2)
> 11.
> เทส่วนผสมที่เหลือทั้งหมด
> และทำแบบเดิมอีกครั้ง
> 12. เมื่อทำชั้นที่ 3
> แล้วและม้วนแล้ว
> หั่นพอดีคำ
> พร้อมเสิร์ฟ
>
> ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น
> Øอดไม่ได้ของโปรด
> ชาวามูชิ
> ไข่นุ่มๆเนียนๆ
>
> 1.ตอกไข่ใส่ชาม
> ตีแบบไข่เจียว
> 2.
> ใส่น้ำ(หรือจะใช้น้ำซุป)
> 3เท่าของปริมาณไข่
> 3.คนให้ไข่เข้ากะน้ำซุป
> 4.
> ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหรือเกลือ(ถ้าใช้น้ำซุปทำให้ใช้เกลือปรุง
> ไม่งั้นซีอิ๊วจะทำลายกลิ่นน้ำซุป)
> 5.เอาส่วนผสมที่ได้มากรองฟองออก
> 'จนฟองหมด'
> 6. เทใส่ชาม
> (อาจใส่เนื้อกุ้ง ปู
> แฮม ไปด้วยตามสะดวก)
> ตุ๋นไฟปานกลางจนกว่าจะสุก
> (วิธีดูว่าสุกหรือไม่
> ใช้ส้อมจิ้มไปตงกลางไข่
> ถ้าไม่มีน้ำไข่ติดส้อมออกมาเปนอันใช้ได้
> หรือ
> ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มดู
> ถ้าไม้จิ้มฟันเปลี่ยนสีเข้มคือยังไม่สุก)
>
> ไข่เจียวผักโขมชีส
> อิตาเลียนน..น
>
> ส่วนผสม
> ไข่ไก่ 1 ฟอง
> ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้
> 2 ช้อนชา
> เนื้อหมูสับ 1
> ช้อนโต๊ะ
> ผักโขมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
> มอสซาเรลลาชีส
> หั่นชิ้นเล็กๆ 1
> ช้อนโต๊ะ
> น้ำมันพืชสำหรับทอด
>
> วิธีทำ
> 1. ตอกไข่ ใส่ภาชนะ
> ตามด้วยซอสหอยนางรมตราแม็กกี้
> หมูสับ มอสซาเรลลาชีส
> และ ผักโขม
> ตีพอส่วนผสมเข้ากันดี
> 2.ใส่น้ำมันพืชลงกระทะพอร้อน
> นำส่วนผสมลงทอดไฟปานกลางพอสุกเหลืองทั้งสองด้าน
> ไข่เจียวมันฝรั่ง
> >
> เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
>
> ส่วนผสม
> มันฝรั่ง 500 กรัม
> ไข่ไก่ 2 ฟอง
> กระเทียมสับละเอียด
> 6 กลีบ
> ผักชีสับละเอียด
> (ไม่ใช้ราก) 1
> ช้อนโต๊ะ
> เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
> เกลือป่น 1 ช้อนชา
> พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
> น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
>
> วิธีทำ
> 1. นำมันฝรั่ง
> มาปอกเปลือก ล้างน้ำ
> แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
> 2. นำกระทะตั้งไฟ
> ใส่น้ำมันลงไป
> เมื่อร้อน
> นำมันฝรั่งลงไปทอดให้เหลือง
> แล้วตักขึ้น
> พักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน
> 3. ในกระทะเดียวกัน
> เทน้ำมันออก
> เหลือติดไว้เล็กน้อย
> แล้วนำผักชี
> กระเทียม พริกไทย
> เกลือ ใส่ลงไป
> คนให้สุกทั่วกัน
> 4. นำมันฝรั่งทอด
> ที่พักไว้ใส่ลงไปในกระทะ
> ตามด้วยใส่เนยสด
> ลงไปข้างๆ
> มันฝรั่งวนไปรอบๆ
> เพื่อให้เนยละลายเข้าไปในมันฝรั่งเสียก่อน
> จึงเทไข่ที่ตีจนขึ้นฟูไว้แล้วลงไปให้กลบมันฝรั่ง
> กะว่าพอเหลืองค่อยกลับพลิกอีกด้านให้เหลือง
#12  by  N.P At 2008-10-29 12:23, 
ไข่กินเยอะๆเค้าบอกว่าโคเลสเตอรอลมันก็เยอะตามน่ะ แต่เราก็ชอบกินง่ะ เอิ๊กๆ

แจมด้วยได้ปะ

เมนูไข่ฟก

เครื่องปรุง

เห็ดหอม +
กุ้งแห้ง+
ต้นหอม+
หอมแดง+
เบคอนทอด +
ไข่2ฟอง +
แป้งสาลีนิดหน่อย

วิธีทำ

เอาของทั้งหมด ผสมในชาม ใส่เกลือ+พริกไทย

เอาหม้อเหล็กเลือกใบเล็กยิ่งดี จะได้ไม่เปลืองน้ำมัน ใส่น้ำมันพืชสักครึ่งหม้อ ไฟแรง พอร้อน ก็หรี่ไฟ ปานกลาง ค่อยๆตักหยอดลงไปใน ที่ตักซุป
ไข่จะค่อยๆลอยตัวออกมา เราก็กลับไปกลับมา ขณะที่ทอด อย่าใจร้อน และต้องดูไฟ อย่าให้แรงไป ไม่งั้นไข่ด้านในอาจจะไม่สุก

ไข่ที่หยอดลงไปทอด ยิ่งใหญ่มากก็ยิ่งสุกยาก
ต้องคอยสังเกตุดูนะคะ ว่าไข่ด้านในต้องสุกแล้วจริงๆถึงจะตักออกมาทานได้ ไฟแรงไป ด้านนอกอาจจะไหม้ แล้วด้านในอาจจะไม่สุก
#13  by  วาซาบิ At 2008-10-30 12:26, 
^
^
^
แถมรูป ไข่ฟก กลัวจะนึกภาพตามไม่ออก ...อิอิ

http://www4.pantown.com/data/5495/board25/31-20070517110313.jpg
#14  by  วาซาบิ At 2008-10-30 13:54, 
ซื้อแถวหัวลำโพงขอรับท่าน
ไว้ขึ้นมาแล้วพาไปได้....ใกล้ๆabout cafe
หมอเวลาขึ้นมาบอกเด็ดก็ได้...
แล้วนัดกัน....เจ้านี้...คั่วแบบเอาใจตัวเอง...
คุยสนุกbig smile

http://bkksprolab.com/

#15  by  alienboon At 2008-11-01 01:32, 
เห็นว่ามีคนบางคนมาเเวะไปดูที่บลอกเรา ลงท้ายคำถามว่าจะเเวะไปดูที่ร้านหนัง(สือ)อีกเมื่อไหร่นั้น ทำเอาตกใจนะเนี่ย

เพราะว่าก็เคยเข้ามาเม้นท์ในบลอกคุณครั้งนึงนานมาเเล้ว เลยแปลกใจว่าเเวะไปบ้านเราได้อย่างไร 555

เราติดตามทางร้านหนังสืออยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้ามาเที่ยวบ่อยๆ เเละก็ไม่ได้ลงไปภูเก็ตบ่อยนักหรอกค่ะ เเต่ก็เห็นอยู่ว่า เป็นอีกที่นึงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
big smile big smile
#16  by  This road is mine (58.9.137.3) At 2008-11-07 01:33, 
น่ารัก..จังbig smile
คิดถึงคุณจัง หายไปนาน
#18  by  *.* (158.108.126.210) At 2008-11-30 16:58, 
ถ้ามีจิงก้อคงจะดีนะ
#19  by  เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.226.45) At 2009-01-17 19:45, 
ลูกศิษย์อาจารย์แท้...

หลงเข้ามาค่ะbig smile
#20  by   (125.25.196.118) At 2009-07-11 20:37, 
ลูกศิษย์ครูเเท้ เจ้า
อยากเห็นหน้าครูเเท้ตอนเด็กๆจังคะ


ฮี่ๆๆ ^______________^
#21  by  ^^ (113.53.33.100) At 2009-09-05 11:56, 
[4]
#22  by  หาเพื่อน (222.123.210.134) At 2009-09-19 21:26, 
question คำว่า"เพื่อน" มีความหมาย มากมายนัก
แปลว่า "รัก" "ภักดี" มีใจให้
แปลว่า "คอย" "ห่วงหา" และอาลัย
แปลว่ามี "อภัย"ให้แก่กัน question question
#23  by  หาเพื่อน (124.121.98.177) At 2009-10-04 13:03, 
เฮ้ยยยยยย ไอ้หมอ แกจำผิดนะเฟ้ย ขอแก้ข่าวนะเฟ้ย ...

แกมาเจอฉันตอนค่ายตุลา ที่โรงเรียนบ้านคลองหนองเหล็ก ตอนปี 1 และตูก็ไม่เคยทำไรเลยเถิดกะนิสิตด้วย -*-! ...

นอกจากนี้ ท่านโก้ ตอนนี้บวชเป็นพระไปแล้ว ยังไม่ได้แต่งงาน

ครูแท้ตอนนี้สอนอยู่ที่ ร.ร.สตรีศรีน่าน จ.น่าน ขอรับท่าน

ไอ้ป๋อง ก็ไม่ดูคล้ายหรอก ตอนนี้มันกำลัง in love อยู่เต็มๆเลย

ไอ้เม่นก็เป็นจารย์อยู่ ม.น. พะเยา เช่นกัน

ว่าแต่เอ็งไม่อยู่ไปนอก นี่ไปไหนเหรอ

อ้อ อีกอย่างเดี๋ยวตูย้ายไปเรียนต่อที่พิดโลกละนะ ว่างๆก็แวะมาเจอกันได้ จะได้นัดรวมกันอีกซักที ^^

=== คิดถึงพวกมึงเหมือนกันว่ะ ===
#24  by  Blue-Sun At 2009-10-26 01:46, 
เฮ้ยยยยยย ไอ้หมอ แกจำผิดนะเฟ้ย ขอแก้ข่าวนะเฟ้ย ...

แกมาเจอฉันตอนค่ายตุลา ที่โรงเรียนบ้านคลองหนองเหล็ก ตอนปี 1 และตูก็ไม่เคยทำไรเลยเถิดกะนิสิตด้วย -*-! ...

นอกจากนี้ ท่านโก้ ตอนนี้บวชเป็นพระไปแล้ว ยังไม่ได้แต่งงาน

ครูแท้ตอนนี้สอนอยู่ที่ ร.ร.สตรีศรีน่าน จ.น่าน ขอรับท่าน

ไอ้ป๋อง ก็ไม่ดูคล้ายหรอก ตอนนี้มันกำลัง in love อยู่เต็มๆเลย

ไอ้เม่นก็เป็นจารย์อยู่ ม.น. พะเยา เช่นกัน

ว่าแต่เอ็งไม่อยู่ไปนอก นี่ไปไหนเหรอ

อ้อ อีกอย่างเดี๋ยวตูย้ายไปเรียนต่อที่พิดโลกละนะ ว่างๆก็แวะมาเจอกันได้ จะได้นัดรวมกันอีกซักที ^^

=== คิดถึงพวกมึงเหมือนกันว่ะ ===
#25  by  Blue-Sun At 2009-10-26 01:46, 
คิดถึงหมอเหมือนกัน
นึกถึงหมอเวลาที่ได้ไปที่ฉวาง
อยากไปกองรวมกันอีก
วันไหนลงไปใต้ จะแวะไปหานะ
#26  by  พี่โหน่ง (203.146.150.134) At 2009-10-27 10:39, 
อ่านแล้วหุบยิ้่มไม่ลงนะbig smile...คิดถึงวันเก่าๆนะ แต่นี่เป็นความทรงจำเวอร์ชั่นหมอนิลนะ เราไม่เคยรู้เรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้่งกับ สืบ เม่น ซัน....อิอิ
อ่อ ไม่ไปคืนสู่เหย้าไปBerlinหรือเปล่า เราsearch เจอด้วยความคิดถึงนา
Doctor divides time between medicine, literature
Nok Paksanavin, meaning sea bird, is his pseudonym. One of his short films was chosen for screening at a small film festival in Berlin.
#27  by  walk by faith (4.157.29.25) At 2009-10-27 14:23, 
เราชื่อป๋อง และขอยืนยันว่าเรามีความสวยงามของตนเอง อยู่ มิใช่น้อย ถ้าไม่เชื่อ ถามผู้ชายคนนั้นดูได้ อิอิ
#28  by  ป๋อง (61.19.231.6) At 2009-10-28 10:16, 

<< Home

Creative Commons License