2008/Apr/03

 

 

Burmese Man Dancing

2008/sound/BW/VDO/11 minutes

 

หนังสั้นที่ถ่ายด้วยมือถือของผม burmese man dancing ฉายครั้งแรกที่งานเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพ BEFF 5  ผ่านไปด้วยความโล่งอกตอนแรกหวั่นๆ ว่าจะโดนด่าเป็นอย่างยิ่ง  เพราะคตอนที่ฉายไม่ได้มีคำอธิบายหรือ statment ใดๆ
(ถือว่าเป็นการฉายรอบทดสอบก็ได้) คนดูคงจะงงๆ แต่ถ้าไม่ทดลองก็คงไม่สร้างสิ่งใหม่ๆ จริงไหมครับ 

ได้อ่านคำวิจารณ์จากคุณ filmsick แล้วก็ได้ไอเดียมา edit เรื่องนี้ใหม่ เผื่อว่าจะได้ฉายอีกที่อื่นๆ

 

หนังเรื่องนี้และเรื่องต่อๆไปของผม ผมไม่อยากบอกว่าผมคิดหรืออยากบอกอะไร
แต่ผมอยากรู้ว่าคนดู คิดหรือรู้สึกอะไรกับประเด็นในหนัง นี่เป็นสไตล์และตัวตนของผมมั้งครับ

 

 

ความเห็นนักวิจารณ์

คุณ celinejulie ให้ A    http://celinejulie.blogspot.com/

คุณ filmsick ให้ A / A-)   http://filmsick.exteen.com/20080401/my-beff-5-part-2

 

นี่คือคำวิจารณ์ของคุณ filmsick 

หนังพาเราไปจับจ้องมองการทำงานของคนพม่าบนเรือ และเรือตังเกที่จอดเรียงรายที่ท่าน้ำในฐานะทํศนียภาพของคนพม่า ในขณะที่หนังขึ้นซับไตเติ้ล เป็นภาษาที่อ่านไม่ออกไม่ต่างจากความรู้สึกแห่งการสื่อสารไม่ได้ของแรงงานต่างด้าวนประเทศไทย

หนังสองจอเรื่องนี้เต็มไปด้วยการจ้องมอง มีโครงสร้าง แข็งแรง ชัดเจน น่าเสียดายที่ในช่วงกลางเรื่องจู่ๆมีบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้พลังแห่งการจ้องมองนั้นลดลงไป (สารภาพว่าคือเสียงของผมเองซึ่งทำให้รู้สึกละอายเล้กน้อยที่เสียงของตัวเองทำให้หนังมันลดพลังลง) ปัญหาอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่หนังต้องแบ่งตัวเองเป็นสองจอ ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นสองจอ (ภาพที่ได้แทบจะเป็นภาพเดียวกัน โดยไม่มีความแตกต่าง) (เข้าใจว่าการต้องทำสองจอเกิดจากปัญหาทางเทคนิค ) ทำให้การจ้องมองจากสองฟากฝั่งไม่ได้แตกต่างจากการมองจอเดียวแต่อย่างใด

สิ่งที่แข็งแรงที่สุดคือการที่หนังไม่พยายามตัดสินจากการจ้องมอง (การตัดสินจะมาจากโควตตัวหนังสือในตอนท้าย ซึ่งเป็นมุมมองจากคนไทยมองกลับไปยังแรงงานต่างด้าวเป็นภาพสะท้อนย้อนแย้งที่เจ็บปวดเอาการ)

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหนังแข็งแรงดี(แม้จะยาวไปนิด)และนับเป็นก้าวย่างที่น่าจะบตามองของคนทำ (เพื่อนผมเองครับฮ่าฮ่า)

 

รายละเอียด 

Burmese Man Dancing

Synopsis

 แรงงานต่างชาติในเรือประมงจังหวัดภูเก็ต   คู่ขนานไปกับเสียงและตัวอักษรที่ไม่อาจสื่อสาร


director’s statement

            เป็นเวลากว่า 4 ปี ระหว่างที่นั่งเรือโดยสารจากท่าเรือในจังหวัดภูเก็ตไปยังเกาะยาว จังหวัดพังงา ผมเห็นภาพของลูกเรือชาวประมง ซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงานชาวพม่า  (ส่วนใหญ่มาจากเมืองทวาย เข้าเมืองมาทางจังหวัดระนอง )

           เมื่อเรือจอดเทียบท่า  พวกเขาใช้เรือประมงเป็นห้องครัว ห้องนอน และหลายครั้งเป็นห้องอาบน้ำและห้องสุขาอันเปิดเผย   บางครั้งกิจกรรมและร่างกายอันเปลือยเปล่าของพวกเขาก็สร้างบทสนทนาให้กับผู้โดยสารในเรือทั้งชายหญิง

ราวกับว่าร่างกายอันเปลือยเปล่าของพวกเขาได้เปิดเผยถึง ความรู้ ความเชื่อ ทัศนคติ และอคติของ-คนอื่น-ที่จ้องมองพวกเขาออกมาอย่างเปลือยเปล่ายิ่งกว่า

           ระหว่างการตัดต่อผมร้องขอให้เพื่อนหลายๆ คน เขียนประโยค ที่เขานึกถึงเป็นสิ่งแรก  เมื่อคิดถึงคำว่า คนพม่า

ผมนำข้อความเหล่านั้น  มารวมกับคำกริยาของมนุษย์ เช่น กิน  ขับถ่าย  มีเพศสัมพันธ์   คิดถึง   ฝัน   อิ่ม และสุดท้ายผมทดลองพิมพ์ประโยคและคำเหล่านั้นด้วยฟอนต์ที่ชื่อ Symbol   (ฟอนต์ symbol จะแทนตัวอักษรแต่ละตัวประกอบไปด้วยอักขระพิเศษ) จนประโยคและคำเหล่านั้นกลับกลายเป็นข้อความที่ไม่สามารถสื่อสารได้    

          ผมนำภาพของแรงงานชาวพม่าที่ท่าเรือซึ่งถ่ายโดยกล้องในโทรศัพท์มือถือ มารวมกับอักขระเหล่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมหาความหมายใหม่ให้แก่ภาพและเสียงของหนัง 

edit @ 3 Apr 2008 14:51:12 by N.P

edit @ 4 Apr 2008 13:26:01 by N.P

edit @ 4 Apr 2008 13:26:57 by N.P

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ้ น่าสนใจค่ะ นึกถึงสมัยเรียนม.ปลายอยู่ที่พังงา แถวบ้านทำประมงกันมีพม่าเต็มเลยbig smile big smile
#1  by  (^_^)/nana At 2008-04-03 16:03, 


ทำไมแรงงานพม่า,,, ถึงดูต่ำต้อยนักหล่ะ

คนไทยก็ ดิ้นรน ไปเป็นแรงงานต่างด้าวนี่นา,,



#2  by  inlovercafe At 2008-04-03 21:19, 
หาดูได้ที่ไหนอ่ะครับ งานมันจบไปแล้วยังครับembarrassed
เราชอบความคิดนี้ของหมอนิลที่ filmsick บอกไว้

ความคิดที่ว่า "หนังไม่พยายามตัดสินจากการมอง"

เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์เราล้วนชอบตั้งตนเป็นผู้พิพากษาให้กับบรรดาสรรพสิ่งที่ผ่านเข้าสายตา
เราเคยอยากไปเก็บภาพชีวิตและเรื่องราวแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานที่ภูเก็จ
เพื่อนเราคนนึงเล่าให้ฟังว่า เขาเหล่านี้น่าสงสารมาก
ถูกตำรวจรีดไถบ่อยครั้ง เพราะไม่ใช่คนไทย

หนนั้นล่ะที่ลงภูเก็จแล้วแวะร้านหมอนิลไม่ทัน
เราพบว่า...แต่กับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำมาหากินที่ภูเก็จเช่นเดียวกัน
คุณค่าของชาวต่างชาติซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มทุนกลับมีมากกว่าชาวบ้านธรรมดาด้วยซ้ำไป
มิใยต้องไปเทียบเปรียบเปรยกับแรงงานพม่าดอกหนา

ทั้งๆ ที่ ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน เราก็ล้วนเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันมิใช่หรือ?


เมื่อวานเราได้ดูหนังสั้นเรื่องนึงล่ะ "อุปสมบท" ไม่แน่ใจว่าใครทำ มันเป็นฉากที่เชียงใหม่น่ะ เรื่องของฝรั่งต่างด้าวกับเด็กต่างด้าว น่ารักดี
ที่สำคัญคือดูแล้วไม่งง ดูแล้วเข้าใจ
หนังสั้นไม่จำเป็นต้องอธิบายให้คนดูเข้าใจทั้งหมด
แต่อย่างน้อยก็น่าจะสื่อให้รู้บ้างว่าคุณคิดอะไร
ไม่รู้นะ...นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราน่ะ

เหมือนที่หมอนิลบอกว่ามันเป็นหนังทดลอง
เราก็ยังมองว่า...การใช้ชีวิตทุกวันนี้มันก็เป็นการทดลองเช่นเดียวกัน
ทดลองและทดสอบเพื่อหาชีวิตในแบบที่ตรงใจเราที่สุด
#4  by  เพลงฝน (125.26.107.247) At 2008-04-04 11:16, 
เสียดายไม่ได้ไปดูครับ
ทั้ง Burmese Man Dancing และ ล่อง/รอย
ช่วงนี้ต้องเร่งทำงานส่งอาจารย์และเป็นหวัดนิดหน่อย

แต่หวังว่าสักวันคงจะได้ดูทั้ง 1 เรื่องและ 1 โครงการนี้นะครับ big smile
#5  by  prap and chai At 2008-04-04 12:26, 
ผมว่าหนังเรื่องนี้และเรื่องต่อๆไปของผม (ถ้าผมจะมีแรงกำลังทำต่อ)คือผมจะไม่บอกว่าผมคิดอะไร แต่ผมต้องการให้คุณรู้สึกว่า คุณรู้สึกอะไรbig smile
#6  by  NP (61.19.67.224) At 2008-04-04 13:22, 
โอเค

เกทเลยหมอนิล

เป็นจุดยืนในการนำเสนอที่ดีมากๆ

กับการตั้งคำถามกับคนดูว่าคิดหรือรู้สึกอะไรกับตัวหนัง
open-mounthed smile มีแรงทำต่อเถอะนะ

หนังที่เล่นกับความคิดของคนดูน่าสนใจไม่หยอก
#7  by  เพลงฝน (125.26.106.175) At 2008-04-04 17:42, 
คุณหมอ ...

เส้นหัวใจของผม หนึ่งในสามของเส้นลายมือหลัก --- หักกลาง
หลายปีแล้ว หมอดู ดูแล้วทำนายว่า ชีวิตจะมีสองด้านต่างขั้วกัน สุดโต่ง

อย่างเช่น (หมอดูบอก) กลางวันเป็นครู กลางคืนเป็นหนุ่มเสเพล ฯลฯ

ยามนั้น ... ยังเด็กนัก ไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้อย่างเขา
“หงึกๆ” ผมได้แต่พยักหน้ารับไปด้วยความเกรงในบารมีดีกรีหมอ(ดู)

ตอนนี้ โตมากแล้ว น่ำหนักน้อยว่าวัว(และควาย) ไม่มากนัก
แม้ไม่อาจหยั่งรู้อนาคต – ความจริง ไม่เคยเห็นไกลไปกว่านาทีปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ
แต่พอเข้าใจ โลก คนอื่น และ ตัวเอง ประมาณหนึ่ง

รู้ว่า ฃีวิตของผม มีสองด้านอย่างหมอดูว่า – จริง
ด้านหนึ่ง ผมแสวงหาเงิน บ้าน รถ รวมเรียก วัตถุ
อีกด้าน ผมค่อยๆ เดินกลับบ้าน หาความจริงของชีวิต

เขียนมาทั้งหมดนี้ อยากคุยกับหมอ(นิล)ดู
อยากรู้ว่า หมอนิล --- เส้นหัวใจหักกลางหรือเปล่า ?

นับถือ

ขุนฯ

ตาม แม่เพลง เข้ามาที่คลีนิคแห่งนี้
เสนอตัวเป็นมิตรรักแฟนเพลง (และร้านหนังสือ) ของหมอนิล
... เมมเบอร์ชิพ แพงไหม ?
#8  by  khun_aut (124.120.23.26) At 2008-04-04 22:29, 
อาจจะวิจารณ์ได้ไม่ลึกเหมือนกับคนอื่น ๆ

แต่ผมได้วิจารณ์ไปแล้ว

จะติดตามเรื่องต่อ ๆ ไปนะครับ
#9  by  คนดู (58.10.77.111) At 2008-04-06 14:47, 
นึกภาพออกเลย
เราอยู่ภูเก็ต
พบเห็นแรงงานเหล่านั้นทุกวัน
เป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว
แม้กระทั่งแม่บ้านทำความสะอาดห้อง
เราบอกว่า อันนี้ไม่ทิ้ง พลางชี้ไปที่ถ้วยกาแฟ
เค้าคงเข้าใจว่า อันนี้มาทิ้ง หรือเปล่า
เพราะหันหลังให้ชั่วพริบตาเท่านั้น
แม่เจ้า เจ๊แกเทโคร๊มมมม sad smile

อยากไปเยี่ยมท่านfilmsick จังเลย
คราวหน้าท่านพี่โลเลมา จะร้องขอให้พาไปให้ได้
อิอิconfused smile
#10  by  bowiemekkO* At 2008-04-06 16:00, 
พอจะ Upload ใน Youtube แล้วนำมาให้ดูได้ไหมค่ะ
คุณเล่าเสียจนอยากดูเลยน่ะค่ะ

surprised smilePlease
คนไม่ได้อยู่ภูเก็ตอยากดูบ้าง จะได้ไหมค่ะ
#11  by  moderate (158.108.99.164) At 2008-04-07 12:25, 

<< Home