2007/Nov/23

เมื่อเรา(แสร้ง)หลับในคืนปฏิวัติ

--hey Jude! (dont) let it be

 

มีโอกาสได้ดูละครที่เทศกาลละครกรุงเทพช่วงปลายเทศกาลแล้ว
มีเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจไปดูคือเรื่อง เมื่อผมหลับในคืนปฏิวัติ
When I slept over the night of the revolution โดยเครือข่ายหน้ากากเปลือย เล่นที่ร้านเฮมลอค ถนนพระอาทิตย์ ผมดูละครเรื่องนี้ด้วยความสุขมากๆ เพราะ มันคือ play within a play within a play

เฮมเลทฉบับเดิม คือเจ้าชายที่แสร้งวิกลจริต เนื่องจากการตายโดยฉับพลันของบิดาซึ่งเป็นกษัตริย์ ซ้ำราชินีผู้เป็นแม่ยังแต่งงานกับอาผู้ซึ่งสถาปนาตัวเองเป็นกษัติรย์ในทันทีทันใด
และเฮมเลทสงสัยว่าอาของเขานั่นเองที่เป็นผู้สังหารบิดา

เมื่อผมหลับในคืนปฎิวัติ--เปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความ หาความเชื่อมโยงละครกับการใช้ชีวิตประจำวันในการเมืองแบบไทยๆ ไปได้ต่างๆ นานา แต่ที่ผมสนใจคือประเด็นที่ว่า
บางครั้งความเป็นมนุษย์-สำนึกความเห็นแก่ตัวแบบรวมหมู่ของเรานั่นแหละบังคับให้เราทำสิ่งผิด หรือยอมให้สิ่งผิดเกิดขึ้น

 

ละครเรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยฉากเด็กมอปลายคนหนึ่งกำลังซ้อมคีบอร์ดเพลงบีเทิ้ล ในคืนปฏิวัติที่เราหลายคนเพิกเฉยให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น -- บางคนอาจวุ่นวายอยู่ในโลกส่วนตัว
หรือกระทั่งบางคนก็ไม่รู้เลยว่ามันเลวร้าย เมื่อเด็กหนุ่มหลับไหล เฮมเลทและตัวละครทั้งหลายจึงปรากฎในห้วงฝันเซอร์เรียล ฉากแรกนั้นคือการเฉลิมฉลอง--คลอเดียสกษัตริย์องค์ใหม่ผู้เป็นอาของเฮมเลทสถาปนาตัวเองเป็นผู้ปกครองประเทศ ค่ำคืนเดียวกันที่เกิดปฏิวัติในประเทศไทย การปฏิวัติที่เราต่างเฉลิมฉลองให้ เหมือนเราทุกคนเป็นราชินีเกอร์ทรูดแม่ของแฮมเลท ที่ยอมสมรสกับอำนาจ เหมือนเหล่าเสนา-ประชาชนที่มาในงานเฉลิมฉลอง คืนที่เราต่างเแสร้งทำเป็นหลับ แล้วก็คิดว่า เมื่อตื่นขึ้นปัญหาทุกอย่างจะหมดไป โดยไม่สนใจว่าคลอเดียสนั้นใช้วิธีใดเพื่อให้ได้อำนาจ

ตัวคลอเดียสนั้นไม่สำนึกด้วยซ้ำว่ามันไม่ชอบธรรม

แล้วเราจะไว้ใจใครได้อีกในสังคมแบบนั้น เฮมเลทก็เช่นกัน

ความกราดเกรี้ยว ผิดหวัง ความดีงามและความถูกต้องชอบธรรม เรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม-สติของเฮมเลทถูกแกว่งไกวไปมาด้วยความรู้สึกเหล่านั้น
เพื่อต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม ในสถานการณ์ที่เขาไว้ใจใครไม่ได้ เขาจึงทำละครขึ้นมา เพื่อหาตัวฆาตกร
!

ในที่สุดคลอเดียสได้ดูแล้วก็รู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี

ละครดำเนินไป นักแสดงทุกคนเล่นอย่างจริงจังจนเหงื่อไหลชุ่มโชก เพลงของบีเทิ้ลหลายเพลงถูกแทรกเข้ามาเป็นทั้งการผ่อนคลายเนิ้อหาและการสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับคนดู

มีความสุขมากๆ ครับ

สิ่งที่ผมชอบมากๆ คือ

1 ในบรรยากาศเหนือจริงแบบฝันๆ การเล่นที่ชั้นบนของร้านเฮมลอคซึ่งมีพื้นที่จำกัดทำให้เราใกล้ชิดตัวละครมาก ตัวละครเดินเข้าฉากจากด้านหลังเรา เหมือนโผล่เข้ามาในความฝันของเราเอง และเราก็กลายเป็นตัวละครไปด้วย
ประกอบกับการแสดงของนักแสดง ละครเรื่องนี้ทำให้ผมขนลุกหลายครั้งมาก ใครบางคนบอกว่าละครเรื่องนี้ต้องการเวทีกว้างๆ แต่ผมว่าข้อจำกัดนี้เป็นบวกมากที่ร้านเฮมลอค

2.เพลงของบีเติ้ล เราจะต้องฮัมเพลงในใจพร้อมกับๆ กับตัวละครตลอด

3.พูดเรื่องการเมืองไทยได้อย่างคมคาย คำถามที่มีต่อคนดู ก็คือ ท่ามกลางสถาณการณ์วุ่นวายสับสน และผู้คนรายรอบต่างสมยอมให้กับอำนาจ ทางเดียวที่เฮมเลททำได้คือทำละครขึ้นมาเพื่อให้คลอเดียสรู้สึกผิด มันคือละครซ้อนละคร
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทยยุคปฏิวัติ 2549 ผู้คนรายรอบต่างสมยอมให้กับอำนาจ หน้ากากเปลือยจึงทำละครเรื่องนี้ขึ้นมาสำหรับตอบแทนความรู้สึกผิดของใคร
?

ผมเคยอ่านข้อเขียนแนวมนุษย์วิทยาเรื่องหนึ่ง ย้อนไปหลายสิบปีนักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษเข้าไปทำวิจัยในหมู่บ้านชาวเผ่าดั้งเดิมห่างไกลในอัฟริกา
เขาเล่าเรื่องแฮมเลทให้ชาวเผ่าฟัง ความเห็นของชาวเผ่าก็คือ คลอเดียสนั้นทำถูกที่แต่งงานกับภรรยาของพี่ชาย นักมนุษย์วิทยาพบว่า ชาวเผ่าใช้เหตุผลในเรื่องกำลังผลิตและการจัดการแรงงานในครอบครัว ซึ่งในสังคมบรรพกาลเรื่องพวกนี้สำคัญมาก เพราะแรงงานและการผลิตหมายถึงชีวิต จึงต้องใช้กำลังทำสงครามแย่งชิงทรัพยากรระหว่างเผ่ากันตลอดเวลา

ผมคิดว่าสุดท้ายมนุษย์ก็ยอมตัดทิ้งสำนึกบางอย่างได้ เพื่อแลกกับการประกันว่าตัวเองจะอยู่ดีมีสุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากยุคโบราณเท่าใดนัก  

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทยยุคปฏิวัติ 2549 ผู้คนรายรอบต่างสมยอมให้กับอำนาจ หน้ากากเปลือยจึงทำละครเรื่องนี้ขึ้นมาสำหรับตอบแทนความรู้สึกผิดของใคร? 

อาจไม่ใช่คลอเดียสผู้ปกครองคนใหม่

แต่อาจเป็นเราที่ทำเป็นหลับไหลในคืนปฏิวัติ 

------

“เมื่อผมหลับในคืนปฏิวัติ”
(When I slept over the night of the revolution)
กำกับและดัดแปลงบทโดย นินาท บุญโพธิ์ทอง
เครือข่ายหน้ากากเปลือย
ละครเรื่องหนึ่งในโครงการ เช็คสเปียร์ ณ บางกอก โดยการสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งเป็นมหกรรมการนำเสนอละครเวทีและกิจกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากบทประพันธ์ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์

“เมื่อผมหลับในคืนปฏิวัติ”  แสดงอีกครั้งในเดือนธันวาคม สถาบันปรีดีครับ ไปดูกันได้รับรองสนุก

ขอบคุณ subway
เยี่ยมยอดมากๆ

 

 

edit @ 23 Nov 2007 18:35:12 by N.P

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอเคเลยครับ
double wink
#1  by  sofa At 2007-11-23 13:48, 
จะมีมาที่เชียงใหม่บ้างไหมนี่
อยากดูเหมือนกัน
big smile
#2  by  ร้านเล่า At 2007-11-23 14:14, 
ผมเคยดูแต่ละครถาปัดเท่านั้นเองwink
#3  by  พอกลอน ซาเสียง At 2007-11-23 17:09, 
รู้ละว่าทำไมถึงอยากไปดูละครกรุงเทพฯจัง !
#4  by  วาซาบิ At 2007-11-23 17:35, 
ปีนี้เป็นปีแรกที่หาวันไปดูละครเวทีไม่ได้เลยสัก
เสียดายมาก...

"ผมคิดว่าสุดท้ายมนุษย์ก็ยอมตัดทิ้งสำนึกบางอย่างได้ เพื่อแลกกับการประกันว่าตัวเองจะอยู่ดีมีสุขอยู่ตลอดเวลา"

เห็นด้วยหมดใจกับประโยคนี้ของหมอนินเลย

ขนาดคนที่ประกาศว่าตนเขียนหนังสือเพื่อบอกเล่าบางเรื่องราวหดหู่ใจที่สังคมควรรู้
ชายผู้ดูทีว่าหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี
ก็ยังมิวายตัดสำนึกทิ้งแลกกับความสบายในชีวิต!!!
#5  by  เพลงฝน (125.26.109.41) At 2007-11-23 19:06, 
ยิ้ม surprised smile
#6  by  แดนไกล ไลบีเรีย At 2007-11-24 00:21, 
ถึ่ง!! เฮ้ย ตกลงพี่มาดูด้วยเรอะ - -* ((ยังไม่ได้เอาหนังสือให้เลยอะคับ - -*))

ขอบคุณครับ ธันวาคมจะพยายามทำให้ดีกว่านี้นะ T-T
อยากดูบ้างbig smile
#8  by  นกไร้ขา At 2007-11-24 14:03, 
น่าดูมากเลยครับ ยอดๆๆ

ที่ร้านแฮมลอค...ชั้นบน น่าแปลกใจ
คนดูยืนดูตรงไหน

big smile big smile big smile

ปล. ZOPY จริงเหรอครับ confused smile confused smile confused smile
#9  by  lolay At 2007-11-27 12:19, 
น่าดูbig smile
#10  by  *บลาสต์ At 2007-11-27 14:01, 
open-mounthed smile confused smile big smile
#11  by  nonworld At 2007-11-27 14:17, 
เอ๋embarrassed embarrassed ยังไงคะคุณ งานที่เหมือนงานวัด
แต่จะว่าไป งานอะไรที่ไปแล้วครื้นเครงไม่เครียด ก็น่าไปทั้งนั้นแหละเนอะ

ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เหนื่อย
#12  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-11-27 15:45, 
อื้ม น่าดู เคยไปกินร้านนั้นชั้นบน
มันเล็กๆจริงๆด้วย โอ้

ปล. ไปถึงปายเมื่อวันที่ 22 พย ค้าง 1 คืน แล้วไปแม่ฮ่องสอนต่อ big smile
#13  by  น้ำเงินเจือขาว At 2007-11-27 17:30, 
ชอบละครเวที แต่ไม่ได้ดูนานแล้ว
เมื่อก่อนสมัยโรงละครกรุงเทพรุ่งเรือง ดูบ่อยๆ
อรรถรสละครเวทีต่างกับมหรสพอื่นๆ เยอะเลยเนอะ
#14  by  จั่นเจา At 2007-11-27 20:12, 
ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย
มาได้ความรู้จากบล็อกพี่นิล-ดีจัง
อ่านจนจบ แปลกดี? แปงคิดถึงหนังสือเล่มใหม่ของพี่เต้ย-ทินกร "ดวงอาทิตย์กับดอกทานตะวัน"

big smile
#15  by  pangz (125.27.240.8) At 2007-11-27 20:45, 
เรียนคุณหมอ
น่าจะเจอร้านเพื่อนคุณหมอ เพราะเดินค่อนข้างทั่ว
เว้นถ้าร้านเพื่อนคุณหมอไม่ได้อยู่ริมคลอง แหะๆๆ confused smile
#16  by  น้ำเงินเจือขาว At 2007-11-28 09:47, 
ตอนที่ดูละครเวทีเรื่องนี้ รู้สึกงงมากว่าแฮมเล็ทมันเกี่ยวกับคืนปฏิวัติ 19 ก.ย.ตรงไหน แต่พอมาอ่านที่คุณ bookhemian เขียนแล้วถึงเข้าใจ ขอบคุณมากๆค่ะ big smile
#17  by  MdS (58.10.103.102) At 2007-12-07 23:12, 
http://lighthouse.exteen.com/20071221/to-be-or-not-to-be-let-it-be

ผมเขียนอัพไว้ที่บลอกครับ
#18  by  คนเฝ้าประภาคาร (124.121.175.127) At 2007-12-21 02:09, 
เขียนได้ดีจังค่ะ อ่านบล็อคแล้วทำให้รู้สึกอยากดูไปด้วยเลย นี่กำลังจะไปดูแฮมเลท เลยเข้ามาเสิร์ชหา เป็นการทำการบ้านล่วงหน้า
#19  by  เปิ้ล (129.97.14.128) At 2008-07-16 02:59, 

<< Home